Why do we need DHTML,XHTML,XML,CSS?
dynamic HTML เป็นกลุ่มของคำสำหรับส่วนประกอบของภาษา Hypertext Markup Language (HTML) ใหม่ และตัวเลือกที่จะให้ผู้ใช้สร้างเว็บเพจมีภาพเคลื่อนไหวมากขึ้นและตอบสนองผู้ใช้แบบ interactive มากกว่า HTML เวอร์ชันก่อน ส่วนใหญ่ของ dynamic HTML ได้รับการระบุใน HTML 4.0 ตัวอย่างของเพจ dynamic HTML เช่น 1) สีตัวอักษรของหัวข้อเปลี่ยนเมื่อเมาส์เคลื่อนผ่าน 2) ยินยอมให้ผู้ใช้ในการ "drag and drop" ภาพไปยังที่อื่นบนเว็บเพจ dynamic HTML ยอมให้เอกสารสามารถดูและทำงาน เหมือนโปรแกรมประยุกต์บน desk top หรือมัลติมีเดีย HTMLพื้นฐานคืออะไร HTML เป็นภาษาหรือ code ที่ใช้สร้าง เว็บเพจ โดยแสดงผลผ่าน browser ซึ่งจะแปลงหน้าโคดนี้ เป็น ข้อความ ภาพ และอื่นๆ ตามที่สร้างไว้ แม้ว่าปัจจุบัน จะมีโปรแกรม เครื่องมือ ที่ช่วยสร้าง Web Page เช่น Microsoft Frontpage, Macromedia Dream Weaver, Edit Plus ซึ่งอํานวยความสะดวกในการสร้างหน้า HTML ในลักษณะ WYSIWYG (What You See Is What You Get) แต่หากเรามีความเข้าใจภาษา HTML ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะจะทําให้เรา สามารถแก้ไข code HTML ได้โดยตรง ตัดต่อ แปะ script ที่ได้มาเพื่อสร้างลูกเล่น สีสันให้ web page หรือปรับแก้ code ที่ generate โดยโปรแกรมเหล่านี้ ซึ่งมัก generate มากเกิน สําหรับเผื่อใช้ ทําให้ไฟล์ HTML มีขนาดใหญ่ เกินความจําเป็น และแสดงผลช้า
ตัวอย่าง โค้ดของ DHTML ในส่วน Body ของหน้าเว็บเพจหนึ่งๆ อาจประกอบด้วยส่วนประกอบหลักต่างๆ ดังนี้ แนวคิดและส่วนประกอบของ dynamic HTML ศัพท์เกี่ยวข้อง ActiveX, applet, browser, Cascading Style Sheet, HTML, Java, JavaScriptExample Website www.popcornfor2.com, www.pingbook.com, Refference www.thaicss.com, www.thai-programmer.com, www.widebase.net, www.en.wikipedia.org TOP
|
World Wide Web Consortium (W3C) อธิบายว่า XHTML (Extensible Hypertext Markup language) เป็น "การกำหนดใหม่ของ HTML 4.0 ในฐานะเป็นการประยุกต์ของ Extensible Markup language (XML)" สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยทั้ง 2 คำ HTML เป็นกลุ่มรหัส (หรือ Markup Language) ที่ผู้เขียนนำมาใส่ไว้ในเอกสาร เพื่อทำให้สามารถแสดงผลงาน World Wide World Wide Web ซึ่ง HTML 4 เป็นเวอร์ชันปัจจุบัน ส่วน XML เป็นโครงสร้างของกลุ่มกฏ สำหรับวิธีการกำหนดของข้อมูล ที่สามารถใช้ร่วมกันบนเว็บการที่เรียกว่า "Extensible Markup Language" เพราะทุกคนสามารถประดิษฐ์กลุ่มของ Markup เฉพาะสำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะ และทุกคนสามารถใช้ได้ สามารถปรับและใช้สำหรับหลายวัตถุประสงค์ รวมถึงการปรากฏให้สิ่งที่พบเห็นบนเว็บเพจ จึงทำให้มีการเปลี่ยนกรอบของ HTML ให้เป็น XML ผลลัพธ์ คือ XHTML ซึ่งเป็นการประยุกต์พิเศษของ XML สำหรับเว็บเพจ เป็นภาษาที่รวมเอาทั้ง HTML และ XML ไว้ด้วยกัน ประโยชน์ของมันคือการสร้างเว็บเพื่อการส่งข้อมูลทั่ว ๆ ไปอย่างหนึ่ง เพิ่มขีดความสามารถในการสร้างแท็กใหม่ ๆ ได้เองอย่างหนึ่ง (โดยที่เรากำหนดได้ด้วยว่าจะให้แท็กเหล่านั้นแสดงผลอย่างไร) รองรับภาษาอื่น ๆ ที่ใช้ XML เป็นฐาน เช่น ( SVG, MathML, chemML, SML) อีกอย่างหนึ่งและสุดท้ายคือ รองรับเทคโนโลยีในอนาคตซึ่งจะมี XML เป็นบทบาทหลัก เนื่องจากว่าในปัจจุบันนี้ มีความพยายามที่จะเข้าถึงเว็บด้วยอุปกรณ์ที่ไม่ใช่คอมพิวเตอร์มากขึ้นเช่น โทรศัพท์มือถือ โปรแกรมเสียงสังเคราะห์ ทีวี เบรลล์ หรืออุปกรณ์พกพาอื่น ๆ แต่เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ มีขนาดเล็กและอาจมีหน่วยความจำไม่มาก จึงอาจไม่สามารถประมวลผล HTML แบบทั่ว ๆ ไปได้เพราะไม่มีความสามารถที่จะแก้ข้อผิดพลาดได้หากมีการเขียนโค้ดไม่ถูกต้อง XHTML จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากว่าเอกสาร XHTML นั้นจะต้องมีลักษณะที่เรียกว่า well-formed ไม่มีข้อผิดพลาด มีการเปิดปิดแท็กอย่างถูกต้อง ฯลฯ จึงทำให้สามารถแสดงผลเอกสารนี้ได้อย่างง่ายดาย หากเอกสารไม่ถูกต้อง ก็อาจจะไม่แสดงผลไปเลย เหมือนกับเอกสาร XML ตามข้อเท็จจริง XHTML เป็นเวอร์ชันที่ตามของ HTML 4 อาจจะนับเป็น HTML 5 หรือเรียกว่า XHTML 1.0 นอกจากนี้ XHTML สนับสนุน Markup ของ HTML 4.0 ทั้งส่วนประกอบและคุณลักษณะทั้งหมด แต่ต่างจาก HTML โดย XHTML สามารถสร้างส่วนเพิ่มเติมจากผู้คนที่ใช้ ส่วนประกอบใหญ่และคุณลักษณะ สามารถกำหนดและเพิ่มในเว็บได ้ทำให้สามารถมีวิธีการใหม่ที่จะจัดการเนื้อ และโปรแกรมแบบเว็บเพจ ในส่วนที่มองเห็นไฟล์ XHTML ดูเหมือนกับไฟล์ HTML
ตัวอย่าง โค้ดของ XHTML ส่วนที่แตกต่างและพิเศษ ศัพท์เกี่ยวข้อง data, HTML 4.0, XML, Mark up, SyntaxExample Website The first XHTML Websites : http://encyclozine.com/ Refference www.thaicss.com, www.en.wikipedia.org, http://encyclozine.com/, www.widebase.net TOP
|
XML (Extensible Markup Language) เป็นวิธีการที่ยืดหยุ่นในการสร้างรูปแบบสารสนเทศร่วม และการใช้ร่วม ทั้งรูปแบบและข้อมูลใน World Wide Web, Internet และที่ต่าง ๆ เช่น ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ที่เห็นด้วยกับมาตรฐานการอธิบายสารสนเทศของสินค้า จากนั้นทำการสร้างรูปแบบสารสนเทศของสินค้า โดยมาตรฐานเดียวกัน ทำให้ผู้ใช้สามารถส่งโปรแกรมที่เรียกว่า Intelligent Agent ไปยัง Web site ต่าง ๆ เพื่อเก็บข้อมูล และทำการเปรียบเทียบ ซึ่ง XML สามารถใช้โดยบุคคลทั่วไปหรือบริษัทที่ต้องการการใช้สารสนเทศทีมีอยู่ ภาษานี้สร้างขึ้นมาเพื่อการสร้างเอกสารที่เรียบง่ายและเข้าใจได้ไม่ยาก เนื่องจาก HTML นั้นมีข้อจำกัดที่ว่าไม่สามารถเพิ่มแท็กใหม่ ๆ เข้าไปได้ ทำให้การสร้างเอกสารอาจไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของผู้ที่จะให้ข้อมูล XML นั้นเป็นภาษาที่เราสามารถสร้างแท็กขึ้นมาเองได้ และเราสามารถสร้างเอกสาร DTD ขึ้นมาได้ด้วยเพื่อที่จะใช้เป็นข้อกำหนดว่าจะมีแท็กใดได้บ้าง จะเอาไปใช้อย่างไร เป็นต้น แม้ว่า Browser จะไม่เข้าใจวิธีการแสดงผลแท็กที่เราสร้างขึ้นเอง นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เนื่องจากว่า XML ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการสร้างเว็บที่สวยงาม แต่เพื่อการทำเอกสารที่ให้ความหมายได้อย่างดี สื่อความหมายชัดเจนมากขึ้น และมักจะใช้ในการส่งข้อมูลซึ่งก็แล้วแต่ว่าเราจะสร้าง application อะไรมาทำการประมวลผลข้อมูลเหล่านี้และจะแสดงผลอย่างไร ข้อควรระวัง คือ เอกสาร XML นั้นจะมีข้อผิดพลาดไม่ได้เลย หากมีความผิดพลาดอย่างเช่น ลืมปิดแท็ก หรือแท็กเปิดกับแท็กปิดไม่เหมือนกันหรือมีแท็กคาบเกี่ยวกัน มันจะไม่แสดงผลเลยและเราจะประมวลผลไม่ได้ รูปแบบปัจจุบันของ XML ที่แนะนำโดย World Wide Web Consortium (W3C) นั้น มีความคล้ายคลึงกับภาษา HTML ที่ใช้สร้างเว็บเพจในขณะนี้ ทั้ง HTML และ XML ใช้สัญลักษณ์ "Markup" ในการเจาะจงเนื้อหาของเพจหรือไฟล์ ในภาษา HTML เจาะจงเนื้อหาของเว็บเพจสำหรับการแสดงออกมา เช่น < P > สำหรับการเริ่มย่อหน้าใหม่ ส่วนภาษา HTML เจาะจงเนื้อหาในแบบประเภทของข้อมูล เช่น เป็นการชี้ว่าข้อมูลที่มีอยู่เป็นหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งหมายความว่าไฟล์ XML สามารถประมวลผลข้อมูล โดยโปรแกรมหรือเก็บข้อมูลประเภทเดียวในเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น และแสดงบนเว็บเพจ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ ได้รับมา สามารถเก็บ แสดง และหมุนได้
ตัวอย่างที่ 1 โค้ดของ XML คลิ๊กภาพเพื่่อดูเพิ่มเติม ตัวอย่างที่ 2 โค้ดของ XML คลิ๊กภาพเพื่่อดูเพิ่มเติม
ศัพท์เกี่ยวข้อง HTMLExample Website www.xml.com, www.sagehill.net Refference www.thaicss.com, www.en.wikipedia.org, www.widebase.net, http://publib.boulder.ibm.com, www.javaworld.com TOP
|
Cascading Style Sheet (CSS) เป็นเว็บมีที่มาจากหลายแหล่ง ซึ่งกำหนดลำดับการทำงาน ถ้าข้อกำหนดของรูปแบบ element มีความขัดแย้งกัน cascading style sheet level 1 ที่แนะนำโดย World Wide Web Consortium (W3C) โดยได้รับการนำไปใช้ในเวอร์ชันล่าสุดใน web browser ของ Netscape และ Microsoft โดยการระบุ style sheet ที่เป็นไปได้ หรือคำสั่งที่สามารถค้นหาการแสดงของ element ในเว็บเพจ Cascading Style Sheets (CSS) เป็น ภาษาสไตล์ชีทใช้ในการจัดรูปแบบของเอกสารที่เขียนในภาษามาร์กอัพ CSS เป็นภาษาที่สำคัญตัวหนึ่งในการเขียนเว็บเพจ ซึ่งเขียนในภาษา HTML และ XHTML แต่ก็ยังสามารถประยุกต์ใช้กับใน XML ซึ่งรวมถึง SVG และ XUL ด้วย มาตรฐาน CSS นั้น สร้างโดยกลุ่ม World Wide Web Consortium (W3C) ระดับของ CSS ปัจจุบัน CSS แบ่งเป็น 3 ระดับ (level)
เนื่องจากมีการนำ HTML มาใช้ผิด ๆ กันมาก โดยเฉพาะการนำแท็กอย่างแท็ก <font>, <b>, <i>, <u>, <big>, <small> และแอททริบิวต์อย่างเช่น align, bgcolor, background, border ฯลฯ ซึ่งถูกใช้ไปในการตกแต่งเอกสาร ทำให้เอกสาร HTML มีความซับซ้อนมาก ใช้เวลามากในการเขียนหรือออกแบบ จึงได้มีการแนะนำภาษาใหม่ที่เรียกว่า CSS นี้ขึ้นมา หน้าที่ของภาษานี้ก็คือ การตกแต่งเอกสารของ HTML หรือ XHTML หรือ XML ให้มีหน้าตา สีสัน ตัวอักษร เส้นขอบ พื้นหลัง ระยะห่าง ฯลฯ อย่างที่เราต้องการ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อลดการใช้ภาษา HTML ในการตกแต่งเอกสาร เพื่อให้เอกสาร HTML สะอาดขึ้น เข้าใจง่ายขึ้น แก้ไขง่ายและใช้เวลาน้อย CSS กับ HTML หรือ XHTML นั้นจะทำหน้าที่คนละอย่างกัน พร้อมกัน แต่ไม่รบกวนซึ่งกันและกันและแยกจากกันอย่างเด็ดขาด นั่นคือ HTML หรือ XHTML จะทำหน้าที่ในการวางโครงร่างเอกสารอย่างเป็นรูปแบบ ถูกต้อง เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่มีการใช้แท็กผิดความหมาย ไม่เกี่ยวข้องกับการแสดงผล และ CSS จะทำหน้าที่ในการตกแต่งเอกสารให้สวยงาม CSS นั้นพัฒนาไปมากแล้ว สามารถทำได้ถึงขึ้นที่ว่า วางวัตถุซ้อนกันได้ กำหนดความโปร่งใสได้ หมุนตัวอักษรตามองศาที่เรากำหนดได้ ตอนนี้เรามี CSS 3.0 แล้ว แต่ว่า Browser ส่วนใหญ่ยังไม่สนับสนุน CSS 2.0 นั้นเป็นตัวที่เราใช้ในปัจจุบัน ข้อดีของ CSS อีกอย่างหนึ่งก็คือ มันสามารถกำหนดการแสดงผลให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ด้วย เช่น เราอาจต้องการให้แสดงผลในจอคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่ง แสดงผลเวลาสั่งพิมพ์อีกอย่างหนึ่ง แสดงผลในโทรศัพท์มือถืออีกอย่างหนึ่ง แสดงผลในทีวีอีกอย่างหนึ่ง แสดงผลในอักษรเบรลล์อย่างหนึ่ง หรืออาจจะกำหนดให้โปรแกรมสังเคราะห์เสียงอ่านข้อความต่าง ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ต่างกันได้โดยใช้น้ำเสียงต่าง ๆ เช่น ตกใจ ดีใจ เสียใจ ได้ กำหนดความดังเสียงได้ ฯลฯ จะเห็นได้ว่ามันจะทำให้ง่ายต่อการใช้งานกับอุปกรณ์ต่าง ๆ นั่นเอง อย่างเช่น จอโทรศัพท์มือถือมีขนาดเล็ก เราอาจจะใช้ CSS สั่งให้ซ่อนส่วนที่ไม่จำเป็นหรือลดขนาดตัวอักษรลง หรือเปลี่ยนการแสดงผลไปเลยก็ได้ คนพิการได้รับประโยชน์จาก CSS และ XHTML ตรงที่ว่า เขาสามารถเข้าใจเอกสารได้ดีมากขึ้น เนื่องจากว่า เนื้อหากับการแสดงผลถูกแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด ทำให้ไม่สับสน ผู้พิการบางคนมองไม่เห็น จึงไม่จำเป็นต้องเห็นความสวยงามในเว็บ แต่ต้องการข้อมูลที่เข้าถึงได้ ไม่ซับซ้อน นั่นหมายถึงเขาสามารถเลือกบริโภคเฉพาะเนื้อหาได้โดยที่ไม่มีเรื่องการแสดงผลมารบกวนเลย CSS ให้การควบคุมที่มากกว่าในความสวยงามของเว็บเพจในการสร้างเพจ มากกว่าการออกแบบ browser หรือการดู โดย CSS เป็นแหล่งข้อกำหนดของ style สำหรับการจัดลำดับให้กับ element
ตัวอย่าง โค้ดของ CSS คลิ๊กภาพเพื่่อดูเพิ่มเติม
ศัพท์เกี่ยวข้อง CSS1, W3C |
Kanokwan Srikrajang
kano_saranghae@hotmail.com